ทัศนะของท่านผู้รู้คนที่ 2 เกี่ยวกับ Structured Settlement
สำหรับท่านผู้รู้อีกท่านหนึ่งก็ได้เขียนเรื่อง Structured Settlement ไว้โดยสรุปได้ดังนี้ :
ข้อตกลงแบบ Structured Settlement คือ ข้อตกลงที่ฝ่ายหนึ่งจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งอันเป็นจำนวนที่ได้ตกลงกันไว้แล้วให้แก่ผู้อ้างสิทธิ์เพื่อยุติปัญญาในทางการประกันและในทางการการเงิน
วิธีการจ่ายเงินแบบ Structured Settlement ได้ถูกนำมาใช้ในทศวรรษที่ 1970 ในประเทศแคนาดา แทนข้อตกลงแบบจ่ายรวดเดียวแบบเหมาจ่ายหรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า lump sum settlement วิธีการจ่ายเงินแบบ Structured Settlement ได้พัฒนามาเรื่อยๆตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และปัจจุบันมีการใช้วิธีการจ่ายเงินแบบนี้เพื่อใช้แก้ปัญหาเรื่องการเสียภาษีรายได้ (Income tax) ปัญหาการใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่ายเช่นเบิกเงินเกินบัญชีเป็นต้น (Spendthrift Requirements) ปัญหาการประกันอสังหาริมทรัพย์ (Asset backed Security) ในกรณีตามที่ยกมากล่าวข้างต้นนั้น จะมีการทำข้อตกลงแบบ Structured Settlement โดยจะต้องมีการซื้อเบี้ยทำขวัญรายปี (Annuities) ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งเบี้ยหรือมากกว่าก็ได้
ในการที่จะดำเนินการจ่ายเงินแบบ Structured Settlement นั้นจะต้องมีข้อตกลงหรือมีการยื่นคำร้องเพื่อขอให้มีการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายเป็นช่วงๆของระยะเวลา ซึ่งจะเป็นการจ่ายเงินนอกเหนือจากรายได้รวมทั้งหมด ระบบการจ่ายเงินแบบนี้ในสหรัฐอเมริกาอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เรียกว่า Internal Revenue Code Section 104 (a). การจ่ายเงินโดยวิธีการนี้สามารถใช้กับข้อตกลงตามกฎหมายในการให้สินไหมชดเชยแก่กรรกรคนงาน เพื่อให้เป็นไปตามวิธีการจ่ายเงินแบบนี้ การจ่ายเงินจะต้องกระทำโดยฝ่ายหนึ่งที่มีส่วนรับผิดชอบกับการจ่ายตามห้วงเวลาเท่านั้นเท่านี้ หรือโดยคณะบุคคลที่เป็นคู่กรณีในข้อตกลง
ข้อตกลงแบบ Structural Settlement สามารถกำหนดตารางเวลาสำหรับคู่กรณีเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปตามความต้องการของแต่ละฝ่ายได้ คู่กรณีสามารถจะตกลงในแบบผ่อนชำระเป็นรายปีในช่วงเวลาเท่านั้นเท่านี้ปี หรือว่าจะชำระแบบเหมาจ่ายเป็นงวดๆหลังจากผ่านไปสักสองสามปี นับว่าเป็นวิธีการชำระเงินในแบบข้อตกลงที่ดี การชำระเงินสามารถกระทำโดยผ่านทางช่องทางที่ไว้วางใจได้ที่คู่กรณีให้ความยินยอม
ข้อตกลงแบบ Structural Settlement เกิดขึ้นจากการฟ้องร้องคดีความ ซึ่งจะมีการกำหนดให้มีการชำระเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้ให้แก่ผู้อ้างสิทธิ์ หลังจากที่ได้มีการกำหนดจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันได้แล้ว ก็จะมีการแบ่งการชำระเงินเป็นงวดๆและมีการกำหนดตารางเวลาในการชำระเป็นช่วงระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ ระยะเวลาที่จะชำระนี้อาจเป็นแบบชำระเป็นรายเดือน เป็นรายปี หรือหลังจากผ่านพ้นระยะเวลาไปแล้วเท่านั้นเท่านี้ปี ในกรณีเช่นนี้ ผู้อ้างสิทธิ์จะถูกเรียกในภาษาอังกฤษว่า Payee หรือ Annuitant
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น